| Newsflash |
|---|
|
|
|
|
Musical Skills & Musicianship
ROCK AND ROLL | ROCK AND ROLL |
|
|
Rock and Roll
ในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 (ค.ศ. 1939-1945) ได้มีการเคลื่อนย้ายระลอกใหญ่ของชาวผิวดำในสหรัฐฯ เข้าสู่มหานครใหญ่ๆ ได้แก่ Chicago, Detroit, New York, Los Angeles, San Francisco ทำให้คนผิวขาวในเมืองได้รู้จักและฟังเพลง Blues มากขึ้น นักดนตรีบลูส์ผิวดำเหล่านี้ต้องปรับตัวและเสียงดนตรีของพวกเขาให้เข้ากับสังคมเมือง จนเกิดเป็น Urban Blues ขึ้น เช่น Chicago Blues ที่ใช้กีต้าร์ไฟฟ้า (ประดิษฐกรรมใหม่ในสมัยนั้น) เน้นจังหวะเพลงให้หนักแน่นด้วยกลองและเบส นอกจากนั้นยังมี Bar Blues ในเมือง Memphis, Club Blues ทาง West Coast รวมทั้ง Gospel-based Styles และ Jump Blues ในเขต Mississippi ด้วย
ในปี 1949 สถาบันจัดอันดับเพลง Billboard เรียกรวมสไตล์ดนตรีเหล่านี้นี้ว่า Rhythm & Blues (แทนคำว่า Race Music และ Race Record)
R&B ที่เป็น Jump Blues และ Gospel-based Style ได้เริ่มก่อเค้าดนตรีแนวใหม่ให้กับ Rock and Roll ด้วยเพลงต่างๆ เช่น
นอกจาก R&B แล้ว ดนตรีประเภท Country & Western (C&W) ก็มีอิทธิพลมากพอๆ กัน ในการทำให้เกิด Rock and Roll ขึ้นในช่วงกลางทศวรรษ 1950s Sam Phillips ผู้ก่อตั้ง Sun Records ขึ้นในเมือง Memphis, Tennessee มีศิลปินในสังกัดในสาย Blues และ R&B เช่น Howlin' Wolf, Rosco Gordon ฯลฯ Sam มีความคิดเลิศหรูในการค้นหาหนุ่มศิลปินผิวขาวเพื่อร้องเพลงของคนดำ แล้วเขาก็ได้พบ Elvis Presley ผู้มีความสามารถในการร้องเพลงได้หลายสไตล์ ทั้ง Country, Gospel และ Blues เพลงที่ Elvis ร้องทำให้ผู้ฟังได้รู้จักดนตรีเสียงใหม่ ที่มีอิทธิพลต่อการเปลี่ยนแปลงทางสังคม ค่านิยม วัฒนธรรมอเมริกัน และกระจายสู่ทั่วโลกได้อย่างที่ไม่มีใครคาดคิด จากเดือน ก.ค. 1954 ถึง ส.ค. 1955 Sun Records ออกแผ่น Single ของ Elvis ถึง 5 แผ่น ทุกแผ่นบันทึกเพลงแนว R&B ไว้ด้านหนึ่ง ซึ่งช่วยกำหนดความเป็น R ‘n' R ได้อย่างชัดเจน ส่วนอีกด้านหนึ่งเป็นเพลง Country ซึ่งช่วยทำให้ Rockabilly ได้เกิดขึ้นด้วย เช่น ในแผ่นแรก คือ "That's All Right (Mama)" และ "Blue Moon Of Kentucky" (ของ Bill Monroe - เจ้าพ่อดนตรี Bluegrassในยุค 1930s) ผู้ฟังในขณะนั้นไม่มีใครคิดว่านักร้องเพลง "That's All Right (Mama)" จะเป็นคนขาว ซึ่งเมื่อมาทราบภายหลัง Elvis ก็เป็นที่ฮือฮาและชื่นชอบมาก ในปลายปี 1955 บริษัทแผ่นเสียง RCA ได้ซื้อสัญญาค่าตัว Elvis ด้วยมูลค่าสูงถึง US$ 35,000.- และบันทึกเพลง "Heartbreak Hotel" โดยออกจำหน่ายตอนต้นปี 1956 ทำยอดขายได้กว่า 1 ล้านแผ่นภายในเวลาเพียง 3 เดือนเท่านั้น ทำให้ติดอันดับหนึ่งเพลงยอดฮิต จากนั้น Elvis ก็มีเพลงออกติดต่อกันออกมาใน 1950s อีกมากมาย เช่น "Don't Be Cruel", "Hound Dog", "Love Me Tender", "All Shook Up", "Jailhouse Rock" เป็นต้น หลังสงครามโลกครั้งที่ 2 ในช่วงกลาง 1950s สหรัฐฯ ได้เข้าสู่สภาพชีวิตสังคมใหม่ เป็นช่วงเศรษฐกิจรุ่งเรือง มีอุตสาหกรรมเกิดใหม่มากมาย เปิดโอกาสให้คนวัยหนุ่มสาวหางานทำได้ง่าย และสามารถจับจ่ายใช้สอยได้อย่างเต็มที่ ทั้งในด้าน แฟชั่นเครื่องแต่งตัว มอเตอร์ไซค์ รถยนต์ การดื่มกิน งานบันเทิงรื่นเริง และแน่นอน การสนองตอบต่อดนตรีแนวใหม่ๆ ที่ถือว่าเป็นของพวกเขา และนั่นคือความเหมาะเจาะกับการเกิดขึ้นของ Rock ‘n' Roll ที่ประกาศให้โลกรู้จักกับความสนุก ความเท่ห์ ความมัน ความมีเสน่ห์ ไปจนถึงความเป็นตัวของตัวเอง ที่ช่วยเสริมให้พวกเขาสามารถฉีกออกจากแนวชีวิตเดิมภายใต้กรอบคำสั่งสอนของพ่อแม่ ในกรอบความประพฤติในสายตาของสังคม (ผู้ใหญ่) Elvis ได้กลายเป็นตัวแทนของคนรุ่นใหม่ได้อย่างรวดเร็ว เป็นที่คลั่งไคล้ของสาวๆ ส่วนเด็กหนุ่มๆ ก็อยากจะเท่ห์อย่างเขา ความสำเร็จของ Elvis ยิ่งใหญ่มาก (และต่อเนื่องไปในทศวรรษต่อมา) จนสังคมยกย่องให้เป็น King of Rock ‘n' Roll อย่างไรก็ตาม ต้องถือว่า เพลง "Rock Around the Clock" - Bill Haley & His Comets ของค่าย Decca Records ที่ถูกนำไปใช้ในภาพยนตร์เรื่อง "Blackboard Jungle" และออกฉายในปี 1955 เป็น R ‘n' R เพลงแรกที่ติดอันดับเพลงยอดนิยมของสหรัฐฯ และอยู่นานถึง 8 สัปดาห์ เพลงนี้เองที่ทำให้ทั่วโลกได้รู้จัก R ‘n' R นอกจากนี้ ยังมีเพลงอื่นที่ออกในปีเดียวกัน และมีส่วนช่วยกระพือกระแส R ‘n' R ได้แก่ "Shake, Rattle and Roll" - Big Joe Turner (Atlantic Records) Jerry Lee Lewis เป็นศิลปินสังกัด Sun Records อีกคนหนึ่ง ซึ่งมีผลงานเพลง R ‘n' R ที่เร่าร้อนด้วยลีลาเปียโนของเขา เช่น "Whole Lotta Shakin", "Great Balls of Fire", "Breathless", และ "High School Confidential" Little Richard เป็นที่ชื่นชอบของวัยรุ่นด้วยสไตล์การร้องที่รวดเร็วเผ็ดมัน ซึ่งเข้าใจได้ทันทีด้วยท่อนร้อง ‘awop-bop-a-loo-bop-a-lop-bam-boom' ในเพลง "Tutti Fruiti" อันโด่งดังของเขา ศิลปินอื่นๆ ที่สำคัญในดนตรี R ‘n' R ในยุคนี้ ได้แก่ Chuck Berry, Eddie Cochran, Fats Domino, Buddy Holly, Gene Vincent ฯลฯ จนย่างเข้ายุค '60s R ‘n' R ก็สามารถครองตลาดเพลงได้อย่างแท้จริง แทบทุกสถานีวิทยุแห่กันเปิดแต่เพลง R ‘n' R และบริษัทอัดแผ่นเสียงต่างก็พากันใช้แมวมองสอดสายตาหาศิลปินใหม่ๆ ที่มีความสามารถในกระแส Pop/Rock นี้อยู่ตลอดเวลา นับจากนั้นมา R ‘n' R ก็ได้เติบใหญ่ขึ้นด้วยปรากฏการณ์ British Invasion (ที่นำทีมโดย the Beatles ที่สร้างกระแสบ้าคลั่ง Beatlemania ไปทั่วโลก)
ตั้งแต่ปลาย 1960s เป็นต้นมาจนปัจจุบัน ดนตรีร็อคได้แตกหน่อเป็นสไตล์ย่อยต่างๆ อีกมากมาย เช่น Blues Rock, Folk Rock, Psychedelic Rock, Hard Rock, Soul, Soft Rock, Country Rock, Jazz Rock, Latin Rock, Punk, Heavy Metal, Hip Hop, Indie Rock, Rap, Alternative Metal, ... |
||||||||||||||||||||||||||
| ถัดไป > |
|---|



