| Newsflash |
|---|
|
|
|
|
Musical Knowledge
Jazz
ประวัติโดยย่อของดนตรี Jazz (3) | ประวัติโดยย่อของดนตรี Jazz (3) |
|
|
|
ประวัติโดยย่อของดนตรี Jazz (3)
1970s - 2000s
เดิมทีนั้น Jazz และ Rock แยกจากกันอย่างเด็ดขาด จนมาถึง 1970s เป็นช่วงที่ถือเกิด Fusion Jazz โดยการผสมผสานของ Rock, R&B และ Pop เข้าไปใน Jazz มีการทดลองแสวงหาแนวทางดนตรีใหม่ ๆ ขึ้นอย่างกว้างขวาง (เช่น Progressive/Art Rock ในช่วงเวลาเดียวกัน) Miles Davis ซึ่งเป็นหนึ่งในผู้ริเริ่ม Bop, Cool Jazz, Hard Bop และ Avant-garde ได้กลายมาเป็นผู้นำกระแส Fusion วงดนตรีที่สำคัญได้แก่ Return To Forever, Weather Report และ Mahavishu Orchestra, ฯลฯ
Smooth Jazz เป็นอีกสไตล์ที่ผสมผสาน (Fuse) กับดนตรีแนวอื่นๆ ที่ฟังแล้วสบายอารมณ์ (Chill-out) เริ่มตั้งแต่ยุค 1970s ด้วยผลงานจาก George Benson, Herbie Hancock, Miles Davis, Jack McDuff, Earl Klugh, Larry Carlton, Ramsey Lewis, Steely Dan ฯลฯ เน้นที่ผลของเสียง (Sound) ที่บรรจงเรียบเรียงเสียงประสานออกมาให้ได้คุณภาพ
ที่จริง การผสมผสานแนวดนตรีใน Jazz ได้เกิดขึ้นตั้งแต่ยุค 1940s แล้ว เช่น Afro-Cuban Jazz หรือ Latin Jazz ซึ่งนำเอา Improvisation ของ Jazz มาใช้กับจังหวะทางลาตินอันซับซ้อนที่ใช้เครื่อง Percussions ได้แก่ Conga, Timbale, Bongo, ฯลฯ เพลง "Tanga" (แปลว่า กัญชา) ที่ประพันธ์และเรียบเรียงโดย Machito และ Mario Bauzá ได้ดลใจให้ Dizzy Gillespie - Trumpet และ Stan Kenton - Piano ชอบดนตรีแนวนี้เป็นอย่างมาก El Rey del Timbal and The Mambo King ผู้ซึ่งแต่งเพลง "Oye Cómo Va" (ที่ Carlos Santana ประยุกต์ใช้ใน Latin Rock ของเขา) เป็นอีกผู้หนึ่งที่บรรเลง Latin Jazz ในวงออร์เคสตร้า Big Band ของเขา และ Ramon "Mongo" Santamaria เป็นอีกวงดนตรีหนึ่งที่สร้างความประทับใจและมีอิทธิพลต่อ (หนุ่มน้อย) Chick Corea และ Pancho Sanchez ศิลปิน Jazz ผู้โด่งดังในเวลาต่อมา
Post Bop เกิดขึ้นในปี 1979 โดยปฏิเสธการใช้ Groove และ Funk ของรุ่นพี่ Soul Jazz และแทนที่ด้วยแนวคิด Avant-Garde ที่ค้นหาแนวทางใหม่ๆ เช่น ความเป็นเลิศในการบรรเลงและจินตนาการ การย้อนกลับไปสู่และฟื้นฟู Jazz ในอดีต รวมทั้งการใช้จังหวะพื้นเมืองที่ไม่คุ้นเคยของชาวหมู่เกาะ Caribbean เป็นต้น
Acid Jazz ใช้ทั้ง Classic Jazz, '70s Funk, Hip-Hop, Soul และ Latin Grooves ให้ออกมาเป็นแนวเพลงเต้นรำ เกิดขึ้นจาก DJs ในอังกฤษในช่วงปลายปี 1980s และเป็นที่นิยมในยุค 1990s ด้วยศิลปินต่างๆ เช่น The Brand New Heavies, Jamiroquai, Galliano, Groove Collective, Stereo MC's เป็นต้น โดยเนื้อแท้สไตล์ดนตรีแล้ว เป็นที่ถกเถียงว่าควรจัดอยู่ใน Jazz หรือไม่ เพราะตัดการ Improvisation ออกไปจากเพลงเลย และเน้นที่จังหวะเพลงมากกว่า
แต่ละสไตล์ใหม่ๆ ที่เกิดขึ้นมากมายใน Jazz ตั้งแต่ช่วง 1920 ถึง 1975 ได้รับความนิยมไม่นานและกลายเป็นตกยุคไปภายใน 5 หรือ 10 ปี ตั้งแต่ปี 1975 เป็นต้นมา กระแสความเคลื่อนไหวนี้เริ่มจะถึงทางตัน ผลงานที่ออกมามักจะอยู่ในรูปแบบ Crossover หรือ Instrumental Pop และรวมเรียกกันอย่างที่อาจไม่ค่อยตรงความหมายทีเดียวว่า "Contemporary Jazz"
พอถึงช่วง 1980s ผู้คนเริ่มกลับให้ความสำคัญและกลับไปหาแรงบันดาลใจจากดนตรีในช่วงก่อน Bop ในอดีตทั้งในแง่ของปรัชญาแนวคิดและรากฐานความเป็นมา Wynton Marsalis - Trumpet ถือได้ว่าเป็นตัวแทนของยุค 1980s เป็นผู้หนึ่งที่ได้ค้นพบแนวทางของตนเอง และสามารถนำวิธีการใหม่ๆ เข้ามาในดนตรีร่วมสมัยโดยยืมหรือดัดแปลงแนวคิดในอดีตนั่นเอง นักดนตรีรุ่นใหม่หลายคนได้เดินตามแนวทางของ Marsalis โดยการไม่สนใจ Fusion และแนวทางของ Avant-Garde ซึ่งใช้ Hard Bop เป็นฐาน ตั้งแต่ 1990s เป็นต้นมา มีนักดนตรีกลุ่มย่อยๆ (รวมทั้งพวก Indie Rock) มากมายที่ศึกษาดนตรีรุ่นเก่า เช่น Swing, Jump Blues, Hot Dance, ฯลฯ และสามารถเล่นเพลง Jazz ในสไตล์ต่างๆ เหล่านี้ได้เป็นอย่างดี
ปรากฏการณ์แบบเดียวกัน เกิดขึ้นในยุโรปด้วยเช่นกัน โดยทั้งนักดนตรีชาวสแกนดิเนเวียและชาวฝรั่งเศส อยากนำพา Jazz กลับสู่ฐานะความเป็นดนตรีที่เริ่มมาจากการเต้นรำ (แนวคิดเดียวกับ Acid Jazz) ด้วยการผสมผสาน House (เป็นสไตล์ที่แตกออกจาก Disco บนฐานของ Funk) เข้ากับการบันทึกเสียงทั้ง Acoustic และ Electronic เรียกว่า European Jazz ศิลปินเด่นๆ ได้แก่ Nils Petter Molvaer (Norwegian) - Trumpet, Martial Solal (French) - Piano, , Julien Lourau (French) - Saxophone
คงไม่มีใครบอกได้ว่า Jazz จะดำเนินทางใดต่อไปในอนาคต อาจเป็นเพราะคำวิจารณ์ที่ว่า Jazz เป็นดนตรีที่สร้างความคาดไม่ถึง ("Jazz is the Sound of Surprise" - Whitney Balliett) แม้บางคนจะคิดว่า Jazz ได้ถึงจุดสิ้นสุดของการพัฒนาแล้ว แต่กว่า 100 ปีที่ผ่านมา Jazz ซึ่งเริ่มจาก New Orleans และเมืองทางใต้ของอเมริกา ได้เติบโตและขยับขยายจนกลายเป็นดนตรีนานาชาติ ผ่านขบวนการสร้างสรรค์ทั้งจากศิลปินและเทคโนโลยีมาหลายรุ่น ทำให้เปรียบ Jazz ได้กับแม่น้ำสายใหญ่ที่มีแม่น้ำลำธารย่อยๆ กว่า 20 สายที่คอยหล่อเลี้ยงและสร้างคุณค่าชีวิตดนตรีให้กับแฟนเพลงและนักดนตรีรุ่นใหม่ๆ ที่หลงใหลคลั่งไคล้ Jazz ในสไตล์ต่างๆ เทศกาลดนตรี Jazz ที่จัดขึ้นเป็นประจำทุกปีในประเทศต่างๆ ทั่วโลก ย่อมแสดงให้เห็นถึงความยิ่งใหญ่และยั่งยืนของ Jazz ในฐานะดนตรีระดับนานาชาติได้เป็นอย่างดี
|
|||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||
| < Prev |
|---|



