| Newsflash |
|---|
|
|
|
|
Musical Knowledge
Articles - Pop/Rock
Intro to Rock Music | Intro to Rock Music |
|
|
|
ให้คำจำกัดความ คำว่า ‘ร็อค' กันเสียก่อน
ร็อค (Rock) ในเชิงดนตรี เป็นคำที่ได้ยินและใช้กันทั่วไป จากการเป็นคำสามัญนี่เอง ที่ทำให้เกิดหลายความหมาย หลายความเข้าใจ เพื่อป้องกันความสับสนที่อาจเกิดขึ้น ในศัพท์ที่เกี่ยวพันกับคำว่า ‘ร็อค' ที่ใช้ในที่นี้ ขอให้คำจำกัดความต่างๆ กันเสียก่อน ดังนี้
เรื่องราวคร่าวๆ ‘ดนตรีร็อค'
ในช่วงต้นทศวรรษ 1900s ดนตรีบลูส์ (Blues) ของทาสชาวผิวดำได้ก่อเกิดขึ้นใน ดินแดนแถบลุ่มน้ำ Mississippi ในสหรัฐอเมริกา เป็นดนตรีที่มักอาศัยกีต้าร์โปร่ง (Acoustic Guitar) และหีบเพลงปาก (Harmonica) ร้องเพลงที่มีเนื้อร้องบทละ 4 ท่อนด้วยสำเนียงเหน่อ ๆ ทางใต้ เนื้อหาพูดถึงชีวิตประจำวันอันคับแค้น ทุกข์ทรมาน ลำเค็ญ และหวังอิสรภาพอย่างแท้จริง โครงสร้างเพลงอาศัยเพียง 3 คอร์ด (1-4-5 เช่น คอร์ด E-A-B) เล่นวนในแบบ 12-bar-blues และใช้โน้ตใน Blues Scales
ในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 (ค.ศ. 1939-1945) ได้มีการเคลื่อนย้ายระลอกใหญ่ของ ชาวผิวดำเข้าสู่มหานครใหญ่ ๆ ได้แก่ Chicago, Detroit, New York, Los Angeles, San Francisco ทำให้คนผิวขาวได้รู้จักและฟังเพลงบลูส์มากขึ้น ดนตรีบลูส์สามารถปรับ ตัวให้เข้ากับสังคมเมืองได้มากขึ้น จนเรียกกันว่า ‘Urban Blues' โดยเฉพาะใน Chicago ซึ่งมีพัฒนาการที่สำคัญ คือ เสียงและท่วงทำนองบลูส์ที่เกิดจากเสียงกีต้าร์ไฟฟ้า (ประดิษฐกรรมใหม่ของวงการดนตรี) และเน้นจังหวะเพลงให้หนักแน่นด้วยกลองและ เบสส์ ในปี ค.ศ. 1949 สถาบันจัดอันดับเพลง Billboard เรียกแนวดนตรีนี้ว่า ‘Rhythm & Blues' (แทนคำว่า ‘Race Music' และ ‘Race Record')
Rhythm & Blues (R&B) มีอิทธิพลมากพอ ๆ กับ Country & Western (C&W) ในการ ทำให้เกิด ‘Rock ‘n' Roll (R ‘n' R)' ขึ้นในช่วงกลางทศวรรษ 1950s โดยผลงานจาก Bill Haley and His Comets, Chuck Berry, Little Richard, Fats Domino, Bo Diddley, Ray Charles และที่สำคัญมาก คือ Elvis Presley: King of Rock ‘n' Roll ดนตรีรูปแบบใหม่นี้ มีเนื้อหาทั้งหวาน ร้อนแรง โศกเศร้า จริงใจ เปิดเผย ผสมผสาน กันด้วยความรุนแรง เร่าร้อน ดุดัน แต่บางคราวกลับอ่อนหวานจนเกินคาด
หลังสงครามโลกครั้งที่ 2 ในช่วงกลางทศวรรษ 1950s สหรัฐฯ ได้เข้าสู่สภาพชีวิต สังคมใหม่ เป็นช่วงเศรษฐกิจรุ่งเรือง มีอุตสาหกรรมเกิดใหม่มากมาย เปิดโอกาสให้ คนวัยหนุ่มสาวหางานทำได้ง่าย และสามารถจับจ่ายใช้สอยได้อย่างเต็มที่ ไม่ว่าจะ ในเรื่อง แฟชั่นเครื่องแต่งตัว รถยนต์ การดื่มการกิน งานบันเทิงรื่นเริง และแน่นอนการ สนองตอบต่อแนวดนตรีใหม่ ๆ ที่ถือว่าเป็นของพวกเขา และนั่นก็คือความเหมาะเจาะ กับการเกิดขึ้นของ ‘Rock ‘n' Roll' ที่ประกาศให้โลกรู้จักกับความสนุก ความมัน ความเท่ห์ ความมีเสน่ห์ ไปจนถึงความเป็นตัวของตนเอง ที่สามารถฉีกออกจากแนว ชีวิตเดิม ในกรอบคำสั่งสอนของพ่อแม่ ในกรอบความประพฤติดีในสายตาของสังคม (ผู้ใหญ่)
จนย่างเข้าในยุค 1960s R ‘n' R ก็สามารถครองตลาดได้อย่างแท้จริง แทบทุกสถานี วิทยุแห่กันเปิดแต่เพลง R ‘n' R และบริษัทอัดแผ่นเสียงต่างก็พากันใช้แมวมองสอดส่าย หาศิลปินใหม่ ๆ ที่มีความสามารถในกระแส Pop/Rock นี้อยู่ตลอดเวลา
ในช่วงเวลาเดียวกันนั้นเอง คณะนักดนตรีจากอังกฤษจำนวนมากมาย นำรูปลักษณ์ และบทเพลงใหม่ ๆ ออกท้าทายวงการ R ‘n' R ในอเมริกา เปรียบปรากฏการณ์นี้ว่า British Invasion ด้วยวงดนตรี เช่น The Rolling Stones, The Kinks, The Who และที่สำคัญคือ The Beatles แต่เดิมที นักประพันธ์เพลงและศิลปินต่าง ๆ ไม่สามารถที่จะเปลี่ยนแปลงแนวทางดนตรีใด ๆ ได้ด้วยตนเอง เพราะบริษัทแผ่นเสียงเป็นผู้กำหนด แต่ The Beatles เป็นวงดนตรีที่ประสบความสำเร็จมากพอที่จะมีทุนและงบประมาณ ในการที่จะกล้าทดลองกับความคิดใหม่ ๆ แนวดนตรีใหม่ ๆ และในที่สุด พวกเขาก็สามารถสร้างกระแสของตนเองขึ้นมาได้ ไม่เฉพาะทางดนตรีเท่านั้น แต่หมายถึง แฟชั่น วัฒนธรรม ศิลป ไปจนถึงการเมือง อิทธิพลของพวกเขาไม่ใช่เพียงทรงผม ท่าทาง เสื้อผ้า หรือรองเท้าเท่านั้น แต่ยังรวมไปถึงแนวความคิด วิถีชีวิต และความเป็นอยู่ของคนรุ่นใหม่อย่างที่ไม่มีใครคาดคิดมาก่อน ชื่อเสียงของพวกเขาดังกระฉ่อนอย่างรวดเร็ว จากอังกฤษสู่อเมริกา และเกิดปรากฏการณ์บ้าคลั่งที่เรียกว่า "Beatlemania" กระจายไปทั่วโลก
ในขณะที่ British Invasion กำลังครอบครองวงการ Pop/Rock อย่างหนักนี้ ดนตรีอเมริกันก็ไม่ได้หยุดยั้งการพัฒนาเลย ด้วยผลพวงจากอิทธิพลดนตรี Jazz และ Gospel ค่าย Motown ได้ทำให้เกิดดนตรี Soul ขึ้น โดยมี Ray Charles ถือเป็นผู้บุกเบิกที่สำคัญ (และได้ Aretha Franklin, Diana Ross และ Stevie Wonder ช่วยทำให้ดนตรีโซลแพร่สะพัดไปทั่วโลกในช่วง ‘70s - ‘80s) อีกส่วนหนึ่งมาจากดนตรีแนวประสานเสียง สนุกสนานของ The Beach Boys และที่สำคัญ มาจากนักร้อง-นักแต่งเพลง Folk ที่ชื่อ Bob Dylan ที่นำเสนอแนวคิดด้วยเนื้อหาคุณค่าชีวิต เสรีภาพ ความสงบสุข ความรัก-ผูกพัน และประท้วงความอยุติธรรมในสังคม
การต่อสู้แข่งขันบน Chart เพลงจากไสตล์ดนตรีต่าง ๆ ในช่วงทศวรรษนี้ นับเป็นการพัฒนาดนตรีร็อคครั้งสำคัญที่สุด เพราะมันได้ทำให้เพลงร็อคมีคุณค่าและเป็นที่ยอมรับของสังคมทั่วไป
ปี 1967 วงการร็อคพัฒนาตัวเองไปอีกก้าวใหญ่ ถึงแม้มันจะเป็นยุคแห่งความยุ่งยากทางการเมือง ยุคแห่งการเรียกร้องสันติภาพ ยุคแห่งการเติบโตของยาเสพติด แต่สิ่งเหล่านี้ได้กลายเป็นพลังให้ดนตรีร็อคพัฒนาตัวแทรกเข้าถึงดนตรีประเภทอื่น ๆ และย้อนกลับมาเป็นดนตรีร็อคของพวกเขาอย่างเต็มภาคภูมิ
Blues-Rock, Folk-Rock, Country-Rock เกิดขึ้นในช่วงนี้ จากการนำของวงดนตรีอย่างเช่น The Byrds, Cream, The Paul Butterfield Blues Band จากนั้นก็มุ่งเข้าสู่ยุคดนตรี Psychedelic Rock อย่างเต็มตัวจากผลงานเพลงของ The Beatles, Jefferson Airplane, the Grateful Dead, The Doors, Pink Floyd, Jimi Hendrix, Janis Joplin และ Joe Cocker
ตั้งแต่ต้นทศวรรษที่ ‘70s เป็นต้นมา ไม่มีใครหยุดยั้งดนตรีร็อคได้ ด้วยการเจริญเติบโตด้วยตัวมันเองส่วนหนึ่ง และอีกส่วนหนึ่ง เกิดจากการผสมผสานกับดนตรีรูปแบบอื่นอย่างไร้พรหมแดน เกิดเป็นดนตรีอีกมากมายหลายแนวทาง เช่น Pop/Rock, Fusion Rock, Pop Dance, R&B, Hip Hop, Rap, Hard Rock/Heavy Metal และ Punk Rock
ทั้ง Heavy Metal และ Punk Rock ต่างก็เติบโตมาจาก Hard Rock เช่นกัน และสามารถวางรากฐานของตัวเอง ด้วยแนวทางดนตรีที่ดุดัน หนักหน่วง ร้อนแรง แต่เน้นให้ความสำคัญไปคนละทาง Punk Rock มีคติเล่นกันเองแบบง่าย ๆ (Do-It-Yourself: DIY + Easy-To-Play) ในขณะที่ Heavy Metal นั้นต้องเล่นแบบใช้เทคนิคและฝีมือกันอย่างจริงจัง แต่ส่วนที่เหมือนกันก็คือ ผู้ฟัง ซึ่งส่วนใหญ่อยู่ในวัยหนุ่มสาว ที่ต้องการสื่อสารกับคนภายนอก แสดงออกชัดอย่างโจ่งแจ้งทางอารมณ์และความคิด ชอบทำอะไรที่คิดว่าแปลกใหม่และแหวกออกจากขนบธรรมเนียมสังคม ที่ผ่านมานั้น มีเสียงวิพากษ์วิจารณ์ทั้งแง่บวกและแง่ลบกันอยู่เสมอเกี่ยวกับดนตรี Heavy Metal หากแต่ดนตรีประเภทนี้ก็ยังมีการพัฒนาต่อเนื่องและเป็นที่ยอมรับมาเรื่อย ๆ ตลอดเวลาตั้งแต่ 1970s - 2000s ทั้งในลักษณะเฉพาะตัวทางดนตรี และบางครั้งตามลักษณะการแต่งตัว เช่น Glam & Glitter, Arena Rock, Punk Rock, Thrash, Pop Metal, Grunge, Alternative Pop/Rock, Indie Rock, Alternative Metal, และ Nu-Metal เป็นต้น
หากจะมองย้อนวิวัฒนาการของดนตรีร็อค ปรากฏการณ์ที่สำคัญที่สุดในช่วง 40-50 ปีที่ผ่านมาของยุคดนตรีร็อค พอจะแบ่งได้เป็น 3 ช่วง คือ
ตลอดเวลากว่า 50 ปีที่ผ่านมานี้เอง ที่เราได้ผ่านประสบการณ์การกำเนิด การประยุกต์ การผสมผสานของดนตรีประเภทต่าง ๆ (Musical Genres) จนเกิดเป็นดนตรีหลายร้อยสไตล์ (Musical Styles) ในยุค ‘ดนตรีร็อค'
|
| Next > |
|---|



